Digital Marketing Digital Trend 2016

Published on January 18th, 2016 | by Jexep

2

Digital Trend 2016 ภาษาคน

LINE it! เพิ่มเพื่อน
สัญญาว่าจะเขียน และ อยากเขียนมานาน แต่ไม่มีเวลานั่งยาวๆ จริงจัง ตอนนี้พอมีนิดหน่อย เลยขอแปะ Digital ภาษาคน ให้อ่านเท่าที่คิดออกก่อน เอาแบบรวบรัด (ซึ่งให้สัมภาษณ์หลายที่ประมาณนี้แหละ)
Trend ปี 2016 ให้มองการสร้าง 4 อย่างให้กับลูกค้า
Personal, Instant, Connect, Experience ซึ่งรายละเอียดและตัวอย่างมีดังนี้จ้า

Make it Personal:

ด้วยข้อมูล และ เครื่องมือมากมาย การทำการตลาดของเราจะสร้างความพิเศษให้ลูกค้าแต่ละคนที่ไม่เหมือนกันได้มากขึ้น

ต้องเข้าใจก่อนว่า Personal ≠ Private, Personal คือความพิเศษส่วนตัวที่คนอยากโชว์ อยากบอกตัวตนของตัวเอง ยกตัวอย่าง เช่น เวลาเราเล่น Quiz ว่าเราใช้คำอะไรเยอะที่สุดใน facebook ปี 2015 เราก็อยากแชร์และบอกต่อ เพราะนั่นแหละ ตัวตนของเรา (รวมถึงสินค้าต่างๆ ที่บอกตัวตนของเรา เราก็อัพ IG แชร์นะ)
อันที่น่าสนใจและน่าจับตามองมากๆ ก็มีหลายอย่างเช่น Personal Assistant M ของ facebook ที่เป็นเหมือนหุ่นยนต์แชทกะเราได้จริงๆ https://www.facebook.com/Davemarcus/posts/10156070660595195
รวมทั้ง SIRI หรือ Google Now ที่นับวันจะแนะนำอะไรดีๆ ให้เราแบบส่วนตั๋ว ส่วนตัว
ซึ่งการสร้าง Personal Experience เหล่านี้ ต้องการข้อมูลที่มากพอสำหรับแต่ละคน เพื่อให้เราสามารถดูได้ว่า เราจะสร้างอะไรพิเศษๆ ให้สำหรับเขาคนเดียวได้บ้าง
ซึ่งจะมีเครื่องมือมากมายจะมีการเก็บข้อมูลชีวิต (ตัวอย่างที่เห็นเยอะมากๆ คือพวก Fitbit, Jawbone) ก็จะเริ่มเห็นการนำข้อมูลมาสร้างอะไรสนุกๆ
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจคือ New Balance กำลังจะทำรองเท้าที่พิมพ์ขึ้นมาเฉพาะแต่ละบุคคล ตามนิสัยการวิ่ง หรือ แบบเท้า 

หรือการนำเอาคลื่นสมองมาใช้หาเสื้อยืดที่คุณชอบ โดย Uniqlo ออสเตรเลีย http://brandchannel.com/2015/10/07/uniqlo-umood-100715/
Digital Trend ภาษาวงการ: Big Data, AI + Personal assistant, Micro Targeting, Programatic Ads, Personalization, 1-to-1 , 3D Printing, Wearable, และ Sensor มากมายที่รอการใช้งาน เช่น Sensor หัวใจ (วัดคลื่น) สมอง สองมือ

Make it Instant:

เอ๋วิ่งดิเอ๋!! เนื่องด้วยมนุษย์ออนไลน์ มีความต้องการที่แปลกประหลาด คือ อยากได้อะไรด่วนๆ อยากได้อะไรไวๆ ดังนั้น ทุกๆ แบรนด์ ต้องชิงความได้เปรียบในเรื่องความเร็ว ลูกค้าไม่ชอบขั้นตอนอะไรที่ยุ่งยาก ดังนั้นการเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและรวดเร็วเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

facebook เลยมีโปรเจคใหม่ที่ทำให้เราไม่ต้องออกไปเว็บไซต์แล้ว แค่กด ก็ดูเนื้อหาแบบเต็มได้เลย เรียกว่า facebook Instant Article https://instantarticles.fb.com/
Google ก็มี AMP Project ที่เวลาค้นหาข้อมูลปุ๊บ กดดูเนื้อหาได้เลยเหมือนกัน (ซึ่งในปีนี้มีข่าวลือแว่วๆ ว่าเว็บใครทำ AMP จะได้ SEO ที่ดีกว่า) https://googleblog.blogspot.com/2015/10/introducing-accelerated-mobile-pages.html

นอกจากนั้น การซื้อปุ๊บ ได้ปั๊บในเวลาด่วนๆ ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน ดู Amazon Prime Air 

หรือของหมดแล้วกดซื้อได้เลย แบบทันใจ แบบ Amazon Dash Button 

รวมถึง การที่เราต้องตอบลูกค้าให้ไว ตอบให้เร็วที่สุด เช่นกัน (โดยเฉพาะลูกค้ามีปัญหา)
Digital Trend ภาษาวงการ: Real-Time Marketing, Instant Article & AMP, Drones, Internet of Thing, Social Monitoring

Make it Connect:

หลังจากนี้การเชื่อมโยงเชื่อมต่อ จะไม่ใช่แค่การที่เราจะเชื่อมต่อกับคนอย่างเดียวแล้ว เรากำลังจะเชื่อมโยงกับสิ่งของต่างๆ เช่น เตียง ตู้เย็น เครื่องซักผ้า (แอร์ กะทีวีเชื่อมไปแล้ว)
ดูเตียงที่เชื่อมโยงอินเตอร์เน็ตได้

แล้วลองนึกภาพตามชีวิตแบบ Connect Everything ครับว่า
ข้อมูล fitbit วิ่งเข้ามือถือ มือถือคุยกับเตียง บอกว่า วันนี้เราวิ่งมาเยอะ น่าจะเหนื่อย เตียงเลยสั่งให้แอร์ปรับความเย็น หลังจากเราเข้านอนก็ปรับอุณภูมิตามเรา เมื่อรู้ว่าเรากำลังจะตื่น ก็สั่งม่านให้เปิด สั่งให้เครื่องทำกาแฟทำงาน หาข้อมูลข่าวที่เราชอบอ่านมารวมกันบนมือถือ แล้วอ่านให้ฟังหลังจากเราลืมตา
(ซึ่งตรงนี้ ก็สร้าง Personal + Instant + Experience ด้วย)
ลองดูตัวอย่างบ้าน Smart Things ของ SAMSUNG 

Connected Mirror ของ BMW

ซึ่งการเชื่อมโยงนี้ ไม่ได้อาจจะอยู่แค่ของใช้ในบ้าน แต่อาจจะรวมถึงเสื้อผ้า ด้วยเพราะ intel + redbulls กำลังจะทำชิพอ่านความเคลื่อนไหว ติดเสื้อขนาดเท่ากระดุม

ปัญหาตอนนี้คือ ไม่มีเจ้าภาพกลางที่เอาข้อมูลของ Smart โน่น Smart นี้มารวมกันให้เราใช้ประโยชน์ รอดูไปก่อนละกันครับ
Digital Trend ภาษาวงการ: Smart นู่ Smart นี่ Smart นั่น, Internet of Things, Big Data

Make the Experience:

ปีนี้ การทำการตลาดต้องสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ แปลกๆ ให้กับลูกค้าให้ได้ เพราะลูกค้าเจออะไรมาเยอะมาก ซึ่งตอนนี้เทรนด์ที่น่าสนใจของการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ มีมาให้เรามากขึ้น ซึ่งตอนนี้ เทคโนโลยีต่างๆ พร้อมให้เราทำอะไรมากมายเลยครับ เช่น 4G / IoT / VR ดังนั้น การสร้างประสบการณ์ให้แตกต่างสุดๆ ก็ไม่ยากอีกต่อไป
>ด้านภาพและเสียง
Ads หลากหลายกระบวนท่า จากทั้ง facebook / Youtube/ Google (เช่น Video Carousel Ads)
360 Video ทั้งจาก Youtube youtube.com/360 / facebook
Virtual Reality (จาก Google Cardboards, facebook Oculus, Microsoft Hololens)

ดูวิธีการใช้ของ Marriots ครับ 

>ด้าน การควบคุม (คุมด้วยสมอง คุมด้วยการขยับแขน)
คุม BB8 ด้วยแขน

คุม Drones ด้วยสมอง

>ด้านประสบการณ์สัมผัส
Durex Funderwear (อิอิ)

สวนสนุกที่ใช้ VR และร่างกายจริงๆ

หรือการนำเอาสินค้า / Packaging มาสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น ให้เป็นของขวัญ (ถึงไม่ Digital แต่เจ๋งจนคนอยากแชร์บน Digital) 

รวมถึงการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ เช่น ถ่ายทอดสดผ่าน facebook live, Youtube, Periscope น่าจะเป็นอีกทางที่ทำให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ จากแบรนด์ได้
Digital Trend ภาษาวงการ: VR, Neuroscience, Gesture, 360 Video, IoT (Internet of Things), Live Streaming
ทั้งหมดก็ประมาณนี้สำหรับมุมมองของ Digital 2016 ของผมครับ
4 คำสำคัญปี 2016 Personal, Instant, Connect, Experience
ส่วนใครถามว่า แล้ว Mobile ล่ะ Video Marketing ล่ะ Content Marketing ล่ะ? ขอบอกว่า มันไม่ใช่เทรนด์ แล้ว(โว้ย) ครับ มันต้องทำอยู่แล้วครับ
อันนี้เขียนแบบด่วนมากๆ มีใครอยากเพิ่มเสริมอะไร ช่วยกันคอมเมนต์ ได้เลยครับ
ส่วนใครชอบรบกวนแชร์ด้วยนะครับ กราบงามๆ 3 ที
ใครอยากนำไปเผยแพร่ต่อ ขอให้บอกก่อนเน้อ <3
สวัสดีปีใหม่ย้อนหลังสิบเจ็ดวันครับ

ถ้าชอบเราขอให้ช่วยแชร์ ^^

Tags: , , ,


About the Author

สุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล / Surasak Lhueng-u-sakul (Jexep) นักกลยุทธการตลาด การตลาดดิจิตอล และ การตลาดออนไลน์ (Strategic Planner, Digital Marketing, Online Marketing) นักพูด / กรรมการ ฝ่ายสมาชิกสัมพันธ์ ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย / นักกลยุทธการตลาดผู้ชนะเลิศรายการ เกมกลยุทธ์ ปีที่ 2 (รายการ Reality การตลาด บน Modern 9 TV)



Back to Top ↑